วันที่ 24 สิงหาคม 2025 คือวันแห่งการเฉลิมฉลองดนตรีที่แท้จริง เมื่อศิลปินชั้นนำจากไทย เอเชีย และทั่วโลก ร่วมสร้างประสบการณ์ที่แฟนเพลงหลายหมื่นคนจะไม่มีวันลืม ณ IMPACT CHALLENGER HALL 1-3 งานวันสุดท้ายนี้คือการผสมผสานพลังวัฒนธรรม เสียงเพลง และความรู้สึกที่ข้ามพรมแดนอย่างสมบูรณ์แบบ
MAHANAKHON STAGE: เริ่มต้นด้วย Soft Power ไทยที่เปล่งประกาย
เปิดเวทีวันสุดท้ายด้วย ลำไย ไหทองคำ ศิลปินลูกทุ่งไทยรุ่นใหม่ที่สร้างความประทับใจให้แฟนเพลงจากทั่วโลก ด้วยเสียงร้องที่ผสมผสานเสน่ห์ของ ลูกทุ่งและหมอลำดั้งเดิม เข้ากับการเรียบเรียงแบบสมัยใหม่อย่างลงตัว พร้อมโชว์สุดพลังที่มาพร้อมชุดการแสดงตระการตาและทีมแดนเซอร์เต็มเวที เธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “พลัง Soft Power ไทย” สามารถเปล่งประกายบนเวทีโลกได้อย่างแท้จริง
ต่อด้วยการปรากฏตัวของ KickFlip บอยแบนด์น้องใหม่ 7 คนจากเกาหลีใต้ ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการท้าทาย ชุดการเต้นที่คมชัด เสียงร้องที่สดใส และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่สมบูรณ์แบบทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์ลุกขึ้นร่วมจังหวะตั้งแต่ช่วงต้นงาน ถ่ายทอดพลังของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวสู่อนาคต
THONBURI STAGE: เสียงที่ก้องไปไกลกว่าพรมแดน
ที่ THONBURI STAGE ความร้อนแรงไม่แพ้กัน Timmy Xu & Prome พาผู้ชมเข้าสู่โลกของซาวด์ร็อกสุดพลัง ผสานการแสดงอันเต็มไปด้วยเสน่ห์ ทำให้เวทีเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็น “เฟสติวัลระดับนานาชาติ” อย่างแท้จริง
ต่อด้วยโชว์จาก LET ME KNOW วงร็อกอินดี้จากญี่ปุ่นที่กำลังมาแรงในเอเชีย ด้วยกีตาร์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ดนตรีที่คมชัด และเสียงร้องที่บาดลึก สร้างโมเมนต์ทรงพลังที่สะกดผู้ชมไว้ในทุกจังหวะ ดนตรีของพวกเขาคือ “Nostalgic Modern” ที่กำลังเป็นคลื่นลูกใหม่ซึ่งกำลังแผ่ขยายไปทั่วเอเชีย
BE:FIRST, Jeff Satur และ The Rose: พลังที่ทำให้ฮอลล์สั่นสะเทือน
เข้าสู่ช่วงบ่าย BE:FIRST บอยแบนด์ตัวแทนจากญี่ปุ่นผู้สร้างปรากฏการณ์ระดับโลกปรากฏตัวบนเวทีหลัก เสียงร้องเฉียบคม การเต้นที่สมบูรณ์แบบ และเสน่ห์ของซูเปอร์สตาร์ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์สะกดสายตาตลอดโชว์ เพลงของพวกเขาที่สลับระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น สื่อสารถึงหัวใจของแฟน ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บรรยากาศทั้งฮอลล์เต็มไปด้วยเสียงเชียร์และพลังแห่งความสุข
ต่อด้วยศิลปินไทย Jeff Satur ที่สร้างโมเมนต์สุดอบอุ่นในค่ำคืนนี้ เสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์และท่วงทำนองที่ลุ่มลึก ทำให้ผู้ชมหลายพันคนชูไฟจากสมาร์ทโฟนขึ้นเหนือศีรษะ สร้างภาพบรรยากาศราวกับ “ทะเลแห่งดวงดาว” ที่ตราตรึงใจ
พลังยังคงต่อเนื่องกับการปรากฏตัวของ The Rose วงร็อกจากเกาหลีใต้ที่กำลังเติบโตบนเวทีโลก ดนตรีของพวกเขาเต็มไปด้วยความไพเราะและพลังดิบที่สร้างการเชื่อมโยงกับผู้ชมอย่างลึกซึ้ง เสียงร้องประสานจากแฟนเพลงทั่วทั้งฮอลล์ทำให้ช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยพลังของการรวมใจ
BABYMETAL, CHANYEOL และ Camila Cabello: จุดไฟความมันส์สู่ขีดสุด
เมื่อค่ำเข้ามา เสียงกรี๊ดดังลั่นทันทีที่ BABYMETAL ขึ้นเวที พลังของเสียงกีตาร์เมทัลและจังหวะดรัมที่หนักแน่น ผสานเข้ากับท่าเต้นแบบซิงโครไนซ์สุดสมบูรณ์แบบ ทำให้ทั้งฮอลล์ถูกพัดเข้าสู่ “เฮดแบงกิ้งโหมด” ในพริบตา นี่คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะเมนแอคต์ของ SUMMER SONIC BANGKOK หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์เมื่อปีที่แล้วบนเวที BODYSLAM
ต่อด้วย CHANYEOL จาก EXO ที่สร้างฟีลลิ่งอบอุ่นผ่านการพูดคุยเป็นกันเองกับแฟน ๆ ก่อนจะปล่อยโชว์ที่ผสมผสานทั้งการแร็ปและบัลลาดเข้าด้วยกันอย่างไร้ที่ติ ความหลากหลายและเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เสียงเชียร์ดังกึกก้องตลอดการแสดง
ความร้อนแรงพุ่งสู่ขีดสุดเมื่อ Camila Cabello ปรากฏตัวบนเวที แค่เสียงอินโทรเพลง “Havana” ดังขึ้น ฮอลล์ทั้งฮอลล์ก็ลุกเป็นไฟ ต่อด้วย “Señorita” และเพลงฮิตระดับโลกอีกมากมาย พลังความสนุกแบบละตินแพร่กระจายไปทั่ว ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์เปลี่ยนเป็นฟลอร์เต้นรำขนาดยักษ์ โมเมนต์ที่เธอลงจากเวทีเพื่อสัมผัสมือแฟน ๆ ทีละคน สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่ยากจะลืม
Alicia Keys: ปิดฉากค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์
ปิดท้ายวันสุดท้ายของ SUMMER SONIC BANGKOK 2025 ด้วยเฮดไลเนอร์ระดับโลก Alicia Keys เสียงเปียโนอันทรงพลังของเธอเปิดอินโทรเพลง “If I Ain’t Got You” ทำให้ทั้งฮอลล์เงียบลงอย่างพร้อมเพรียง ราวกับเวลาหยุดนิ่ง เสียงร้องที่เต็มไปด้วยวิญญาณของ Alicia สะกดผู้ชมทุกคนในฮอลล์เมื่อเข้าสู่เพลง “Empire State of Mind” ภาพมหานครนิวยอร์กซ้อนทับเข้ากับค่ำคืนของกรุงเทพฯ สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงอันทรงพลัง และในจุดพีคของโชว์ MILLI ศิลปินหญิงไทยมากความสามารถปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญพิเศษ จุดไฟเสียงเชียร์จากแฟน ๆ ให้ดังกึกก้องทั่วฮอลล์
บทสรุปของค่ำคืนนี้ปิดฉากด้วยเพลง “No One” ซึ่งแฟน ๆ ทั้งฮอลล์ร้องตามพร้อมกันจนกลายเป็นคอรัสขนาดใหญ่ที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังน้ำตา การปรากฏตัวของ Alicia Keys ในครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความทรงจำที่ยากจะลืม แต่ยังตอกย้ำให้เห็นว่า SUMMER SONIC BANGKOK คือเทศกาลที่สามารถเชื่อมผู้คนข้ามพรมแดนด้วยเสียงดนตรีอย่างแท้จริง
THONBURI STAGE: เวทีแห่งความหลากหลายทางดนตรี
ความร้อนแรงยังคงต่อเนื่องที่ THONBURI STAGE ซึ่งกลายเป็นจุดรวมศิลปินจากทั่วเอเชียและไทย สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังและสีสันอย่างแท้จริง
จากฟิลิปปินส์ BGYO บอยแบนด์น้องใหม่สุดฮอตปรากฏตัวพร้อมเสียงเชียร์สนั่น ขณะที่ศิลปินจากสิงคโปร์ LULLABOY ขึ้นโชว์เป็นครั้งแรกบนเวทีนี้ นำเสนอซาวด์ป๊อปสุดละมุนที่ตราตรึงใจผู้ชม
ฝั่งศิลปินไทยก็ไม่น้อยหน้า นำโดย BETTER WEATHER & CHALADEEN, GUNCHARLIE & FRONC, PRAE CHANAA, S2, NEVONE & D-NA & WIZZLE, MOTLEY FLOWER และ DEFYING DECAY ที่สร้างสรรค์โชว์สุดพลัง ถ่ายทอดเอกลักษณ์ทางดนตรีของไทยได้อย่างน่าประทับใจ
เสียงดนตรีที่ก้องกังวานจากศิลปินหลากหลายประเทศบนเวทีนี้ ทำให้ THONBURI STAGE กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ความหลากหลาย” และ “การเชื่อมโยงผู้คน” ที่ชัดเจนที่สุดของ SUMMER SONIC BANGKOK 2025
SUMMER SONIC BANGKOK 2025: การยืนยันสถานะกรุงเทพฯ บนเวทีโลก
พลังความมันส์ตลอดสองวันนี้ ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า กรุงเทพฯ ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่างแท้จริง ด้วยการรวมพลังของศิลปินระดับนานาชาติ ศิลปินเอเชีย และศิลปินไทยไว้บนเวทีเดียว เสียงดนตรีในครั้งนี้ไม่ได้เพียงสร้างความสนุกและความทรงจำ แต่ยังสะท้อน “พลังที่ไร้พรมแดน” ของดนตรีที่เชื่อมใจผู้คนจากทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียว
การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การดูแลของ Bangkok Connect ร่วมกับ Paradise E&A และ Creativeman Productions โดยมี CI Showbiz ร่วมเป็น Official Local Partner ทำให้ SUMMER SONIC BANGKOK 2025 แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการเทศกาลดนตรีเอเชีย